FARM to TABLE, Organic Cafe’ หรือที่เราเรียกกันง่ายๆว่าฟาร์มจิ๋ว

เราเกิดและโตมากับปากคลองตลาด ตั้งแต่ช่วงที่ปากคลองตลาดคึกคักมาก ผ่านช่วงจัดระเบียบปากคลองตลาด จนตอนนี้เราสามารถนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมาซื้อดอกไม้กันได้แล้ว ปากคลองตลาดเริ่มกลับมาคึกคักจากผู้คนใหม่ๆ

คงจะดีถ้าเราถือโอกาสนี้ได้ทำความรู้จักกันใหม่

ฟาร์มจิ๋วเป็นร้านเล็กๆขนาดประมาณ 10 ที่นั่ง อยู่ที่ปากซอยตลาดส่งเสริมเกษตรไทย ฝั่งเลียบคลองหลอด เยื้องกรมที่ดิน เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.00-20.00

Play Video

 farm to table
 

 LUNCH & DINNER

Introducing Our Fresh Newmmer Farm-To-Table Menu  
  • Roasted Beet Salad
  • Grilled Baby Octopus
  • Butter-Poached Maine Lobster
  • Butternut Squash Ravioli

HOURS

Dinner: 5:30pm – 11pm
{Closed on Mondays}

Delivery:
Tuesday – Saturday: 5:30pm-8:30pm

Lunch:
Tuesday – Friday:  11:30am – 3:00pm

Brunch:
Saturday & Sunday: 10:00am to 3pm

Happy Hour:
Tuesday – Saturday: 4:00pm – 6:00pm

Location

Located on 26th Street in New York’s historic Nomad District with Madison Square Park views, join us for lunch or dinner and reserve a table today.

 

♥ MAKE A RESERVATION

Meet the Chef

After 15 years as Executive Chef at the Waldorf, Roman Banana states; “The Chef’s Table gives me the chance to not only cook from my heart but to interact with my guests in a more intimate setting. I wish I could do it every night.”

 

Farm to Table คืออะไร ทำไมเป็นเทรนด์อาหารสุขภาพที่นิยมได้

“สุขภาพดี” คือสุดยอดปรารถนาของการใช้ชีวิต เพราะเมื่อเรามีร่างกายที่แข็งแรง มีจิตใจที่เบิกบาน การจะทำกิจการงานใดก็ย่อมเป็นไปได้เสมอ

การเป็นเจ้าของ “สุขภาพดี” นั้นมีองค์ประกอบสำคัญๆ เพียงไม่กี่ประการ หนึ่งในนั้นคือ “อาหารการกิน” ซึ่งปัจจุบันเทรนด์อาหารสุขภาพมีอยู่มากมายหลายประเภท ทั้งอาหารคลีน อาหารคีโต อาหารมังสวิรัติ และที่กำลังมาแรงสุดๆ ในธุรกิจอาหารยุคนี้ก็คือ Farm to Table เมนูอาหารสดใหม่จากผู้ผลิตเสิร์ฟ ส่งตรงถึงโต๊ะผู้บริโภค

Farm to Table เทรนด์สุขภาพดีที่พิถีพิถัน

Farm to Table คือการที่ผู้ผลิตหรือเกษตรกรนำพืชผักที่ปลูกขึ้นเองหรือเนื้อสัตว์ที่ได้จากฟาร์มเลี้ยงดูแบบไร้สารเคมีนำมาปรุงในสไตล์โฮมเมดแล้วเสิร์ฟให้กับลูกค้าได้ทานแบบสดใหม่วันต่อวัน ทำให้อาหารจานนั้นมีรสชาติความอร่อยจากธรรมชาติแท้ๆ จนผู้บริโภคสามารถสัมผัสได้ถึงคุณภาพที่ดีต่อกายและใจ

อาหารประเภท Farm to Table ได้รับการยอมรับว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันตามวิถีการเกษตรแบบอินทรีย์ซึ่งมีความเป็นธรรมชาติสูง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปราศจากการตัดแต่งพันธุกรรม ไม่ใช้สารเคมีหรือสารปรุงแต่งเพื่อเร่งหรือควบคุมการเจริญเติบโตของพืชและสัตว์ จึงทำให้มั่นใจได้ว่าร่างกายจะไม่ได้รับสิ่งปนเปื้อนตกค้างเมื่อรับประทานอาหารเหล่านั้น

นอกจากนี้อาหารประเภท Farm to Table ยังเน้นการปลูกพืชผักตามฤดูกาลเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนตามวัฎจักรชีวิตซึ่งส่งผลต่อคุณภาพและความยั่งยืนด้านอาหารในอนาคต และลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลนอกฤดูกาลอันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ต้องเสียเงินซื้อวัตถุดิบในราคาที่แพงขึ้น

Farm to Table กลยุทธ์แห่งความยั่งยืนแบบครบวงจร

ประเทศไทยได้ชื่อว่า “ครัวของโลก” เป็นสวรรค์ของนักกินที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีอาหารหรือขนมให้ทานได้ตลอด ข้อมูลจาก Euromonitor เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศไทย ปี 2560 พบว่าคนไทยหมดเงินไปกับค่าใช้จ่ายด้านอาหารมากที่สุดถึง 21.2% หรือคิดเป็นมูลค่า 1.8 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว แต่ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization หรือ FAO) พบว่า 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตทั่วโลก หรือราว 1.3 ล้านตัน/ปี กลายเป็นขยะที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ขาดความมั่นคงทางอาหาร และที่สำคัญคือเผาผลาญทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ และพลังงานโดยไม่จำเป็น

Farm to Table จึงเปรียบเหมือนกลยุทธ์ที่เข้ามาอุดช่องโหว่งของห่วงโซ่อุปทานด้านอาหารการกินตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำได้อย่างดี กล่าวคือ เกษตรกรไม่ได้มีหน้าที่เพียงเพาะปลูกหรือผลิตวัตถุดิบเท่านั้น แต่ยังนำพืชพรรณหรือเนื้อสัตว์ที่ได้มาปรุงในจุดเดียวกันหรือใกล้กับฟาร์มของตัวเองและเสิร์ฟถึงมือผู้บริโภคโดยตรงในปริมาณที่พอเพียงกับศักยภาพที่มี เทรนด์การทานอาหารแบบ Farm-to-Table จึงรักษาความสดใหม่และคุณค่าทางอาหารที่ดีต่อร่างกายไว้ได้มาก ไม่ต้องสิ้นเปลืองกับบรรจุภัณฑ์และการขนส่งที่ทำให้เกิดการสูญเสียเชื้อเพลิงและคุณภาพอาหาร ลดขั้นตอนและเวลาการส่งมอบระหว่างผู้ผลิตถึงผู้บริโภค ซึ่งบ่อยครั้งที่เราต้องทิ้งอาหารโดยไม่จำเป็นเพียงเพราะมีขั้นตอนการนำส่งมากเกินไป และในกรณีที่มีอาหารเหลือหรือจำเป็นต้องทิ้งบางส่วน ทางฟาร์มสามารถนำไปหมักเป็นปุ๋ยชีวภาพและหมุนเวียนใช้ในการผลิตได้โดยไม่เสียของและไม่เป็นภาระต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องขยะมูลฝอย

การผลิตและจำหน่ายในชุมชนใกล้เคียงแบบ Farm to Table ยังมีลักษณะความยั่งยืน (Sustainability) ช่วยสนับสนุนอาชีพเกษตรกรรายย่อยให้มีความมั่นคง สามารถกำหนดราคาขายได้ตามจริง โดยไม่ถูกคนกลางหรือบริษัทขนาดใหญ่เอาเปรียบเหมือนที่ผ่านมา ส่งเสริมให้เศรษฐกิจชุมชนดีขึ้น มีการจ้างงานในธุรกิจอาหารและบริการโดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดจะถือว่ามีส่วนช่วยลดการย้ายถิ่นฐานของแรงงานเข้าสู่เมืองหลวงได้มาก ในขณะที่ระบบ Farm to Table ที่เกิดขึ้นในเขตเมืองจะช่วยให้มีการนำที่ดินเปล่ามาใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น และทำให้เกิดพื้นที่ผลิตอาหารที่สามารถจะเลี้ยงคนในเมืองได้มากยิ่งขึ้น พร้อมๆ กับประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งได้อย่างมหาศาล

ลงมือทำ Farm to Table

Farm to Table ไม่ได้มีแต่เฉพาะธุรกิจด้านอาหารเท่านั้น ในภาคครัวเรือนก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งหากมองกันตามจริงแล้ว การปลูกพืชผักสวนครัวหรือผักริมรั้วเพื่อเอาไว้ทานกันเองในครอบครัวของคนไทยเป็นที่ปรากฏมาเนิ่นนานก่อนกระแสจาก Farm to Table เสียด้วยซ้ำ

ลูกบ้านเนอวานาที่สนใจนำไอเดีย Farm to Table สามารถลงมือได้ง่ายๆ กับพื้นที่สวนที่มีอยู่รอบบ้าน โดยลงเป็นแปลงผักเล็กๆ หรือทำเป็นแนวรั้ว สำหรับผักประเภทที่ปลูกแล้วมีผลเก็บกินได้ตลอดทั้งปี เช่น มะระ แตงกวา ตำลึง และปลูกในกระถางสำหรับผักที่มีอายุสั้น เก็บกินและปลูกใหม่หมุนเวียนเรื่อยๆ เช่น ต้นอ่อนทานตะวัน ใบกะเพรา พริก เพียงเท่านี้ก็จะมีผักและวัตถุดิบที่สดใหม่ หลากหลาย และมั่นใจความปลอดภัยได้เต็มร้อย

ยิ่งเก็บมาใหม่ๆ จากต้นแล้วนำมาปรุงทันทีในห้องครัวที่แสนสะอาดและทันสมัยของบ้านเนอวานา ก็ยิ่งรับรู้ได้ถึงความแตกต่างของคุณภาพอาหารและความอร่อยที่รับรองว่าร้านอาหารแบบ Farm to Table อาจสู้ไม่ได้อย่างแน่นอน และเหนือสิ่งอื่นใดคือการได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันของสมาชิกในครอบครัว เพื่อสร้างสรรค์เมนูจานโปรดและร่วมรับประทานอาหารด้วยความอิ่มเอมกายและหัวใจ สมกับเป็นความสุขกินได้ที่แสนมหัศจรรย์

1. Roasted Chicken Salad (112 THB) – สลัดผักออร์กานิคที่ “โคตรสดกรอบ” เสิร์ฟพร้อมกับไก่อบเนื้อนุ่ม ไข่ต้มยางมะตูมและขนมปังกรอบ เมนูนี้อร่อยสดชื่นดีมาก

star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_grey.jpg (9/10)

2. Panaeng Chicken Curry + Lychee (112 THB) – ข้าวกล้องพะแนงไก่ลิ้นจี่เสิร์ฟคู่กับไข่ต้มและผักสด รสชาติพะแนงนี่ดีมากเลยครับ เข้มข้น เนื้อไก่นุ่ม เยี่ยม

star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_grey.jpg (9/10)

ในสังคมปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่าเทรนด์รักสุขภาพมาแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหุ่นที่ดูสตรองของแม่หญิงการะเกดกับพี่หมื่นเป็นแน่แท้ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับออเจ้าทั่วพระนคร นอกจากนี้การนั่งสไลด์จอดูรูปการออกกำลังกาย ภาพเมนูอาหารคลีน ๆ ของดาราที่ชื่นชอบในโลกโซเชียล ทั้งไอจี เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ก็ส่งผลให้คนรุ่นใหม่อยากมีเฮลตี้ไลฟ์สไตล์เป็นต้นแบบ จนกลายเป็นกระแสทำให้คนหันมาดูแลสุขภาพโดยเฉพาะเรื่องเทรนด์อาหารสุขภาพที่กำลังมาแรงสุด ๆ

อาหารเพื่อสุขภาพมีมากมายหลายประเภท เช่น อาหารชีวจิต, อาหารมังสวิรัติ, อาหารวีแกน, อาหารคลีน และอาหารออร์แกนิค โดยคนส่วนใหญ่จะรู้จักและคุ้นเคยกับอาหารคลีนมากกว่า แต่ในปี 2018 นี้เทรนด์อาหารสุขภาพที่มาแรงต้องขอยกให้กับ Farm to Table ที่ผู้ผลิตได้เอาผลผลิตอย่างพืชผักออร์แกนิค นำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูเพื่อสุขภาพ ส่งต่อให้กับผู้บริโภคโดยตรงด้วยตัวเอง

อาหารออร์แกนิค หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า อาหารเกษตรอินทรีย์ หรือ อาหารอินทรีย์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ด้วยส่วนประกอบทุกอย่างมาจากธรรมชาติทั้งหมด อย่างเนื้อสัตว์ออร์แกนิค และผักออร์แกนิคจะไม่ตัดแต่งพันธุกรรม ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี และสารปรุงแต่งอาหารสัตว์เพื่อเร่งหรือควบคุมการเจริญเติบโต แต่จะปล่อยให้มีการเจริญเติบโตเป็นไปตามธรรมชาติ รวมทั้งไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เน้นวิธีปลูกตามฤดูกาล ใช้ปุ๋ยหมักในการบำรุงดิน และกำจัดแมลงด้วยพืชสมุนไพรที่ทำขึ้นเอง ทุกขั้นตอนที่ทำจึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเนื่องจากปริมาณผลผลิตออร์แกนิคที่ปลอดภัยจากสารพิษแบบธรรมชาติ 100% นั้นมีจำนวนจำกัดเมื่อเทียบกับความต้องการของผู้บริโภคจึงทำให้มีต้นทุนการผลิตที่สูง

ประโยชน์ของอาหารออร์แกนิค ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้อย่างดีเยี่ยม เนื้อสัตว์ที่มีการเลี้ยงในฟาร์มออร์แกนิคจะมีสาร CLA หรือ CONJUGATED LINOLEIC ACID ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ดีต่อสุขภาพของหัวใจ ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ลดความเสี่ยงจากการดื้อยาปฏิชีวนะ เพราะฟาร์มที่ไม่ได้เลี้ยงแบบออร์แกนิคจะใช้ยาปฏิชีวนะกับสัตว์ที่เลี้ยง นอกจากนี้อาหารออร์แกนิคมีคุณค่าทางอาหารจากธรรมชาติ ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น ส่งผลให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง

ทั้งหมดนี้ทำให้ Farm to Table เข้ามามีบทบาทมากขึ้นเพราะรูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ไม่มีเวลาทำอาหารกินเอง เช่น คนวัยทำงาน พนักงานออฟฟิศที่มักใช้เวลาหมดไปกับการทำงาน หรือคนรักสุขภาพที่เข้าฟิตเนสออกกำลังกาย แต่ยังคงมองหาเมนูอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ทำให้ Farm to Table ตอบโจทย์คนรักสุขภาพได้เป็นอย่างดี โดยผู้ผลิตพืชผักออร์แกนิค ส่วนใหญ่จะมีฟาร์มเป็นของตัวเอง และมาต่อยอดด้วยการเปิดร้านอาหารโดยนำวัตถุดิบที่ปลูกเองมาแปรรูปเป็นอาหาร เครื่องดื่ม ของหวานเมนูต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำผลไม้ สลัดผัก และไอศกรีม ปรุงให้มีรสชาติอร่อย ซึ่งประโยชน์ที่เราจะได้รับเต็มๆเลยคือ ความสดใหม่ของวัตถุดิบที่ส่งตรงจากไร่ ราคาไม่แพงมากเมื่อเทียบจากซื้อผ่านคนกลาง ที่สำคัญดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอน ส่วนคนขายสามารถกำหนดราคาขายได้ตามจริง ไม่ถูกคนกลางเอาเปรียบหรือกดราคาผลิตผล ซึ่ง Farm to Table ทำให้ผู้บริโภคอย่างเราเข้าถึงอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ปลอดสารพิษได้ง่ายขึ้น เป็นอีกหนึ่งทางเลือกนอกเหนือจากเข้าห้างไปซื้อวัตถุดิบเหล่านี้แล้วกลับมาทำอาหารกินเองที่บ้าน

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วใครที่ยังนึกไม่ออก บอกไม่ถูก ไม่รู้จะเดินไปกินตรงไหนดี เรามีพิกัดร้านแนว Farm to Table มาฝากครับ ร้านแรกเลย โอ้กะจู๋ ที่ตอนนี้ได้ขยายมาสาขา3 ย่านสยามสแควร์ใจกลางเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมนูอาหารเพื่อสุขภาพส่วนใหญ่ของที่นี่จะเป็นสลัดผักออร์แกนิคที่เสิร์ฟมาจานใหญ่ นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่ม และเมนูของหวานสูตรโฮมเมดให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วย ถัดมาเป็นร้าน FARM to TABLE, Hideout หรือที่เรียกว่าฟาร์มใหญ่ เป็นร้านที่ใครหลายคนชื่นชอบในบรรยากาศ และการตกแต่ง รวมไปถึงของหวานอย่างไอศกรีมที่มีรสชาติอร่อย และถูกปากกลุ่มคนรักสุขภาพ ซึ่งทางร้านได้นำวัตถุดิบที่ได้จากกระบวนการออร์แกนิคมาแปรรูปเป็นอาหาร และของหวานได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีฟาร์มจิ๋วหรือ FARM to TABLE, Organic Cafe เป็นร้านในเครือเดียวกันซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างกันมากนัก บนถนนอัษฎางค์ แถวๆปากคลองตลาด เรียกว่าถ้าผ่านมาก็แวะชิมความอร่อยได้ทั้งสองร้านเลย

ถ้าการเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เป็นหนทางให้ชีวิตยืนยาว และห่างไกลโรคแล้ว ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าวัตถุดิบที่นำมาทำอาหารนั้นมีความสำคัญมากแค่ไหน และยิ่งไปกว่านั้นเมื่อวัตถุดิบที่สด สะอาด และปลอดภัย ถูกสร้างสรรค์ผ่านกระบวนการทำอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน ตลอดจนปรุงรสชาติด้วยเครื่องปรุงออร์แกนิคที่ผลิตขึ้นมาจากผลิตผลธรรมชาติจากผู้ผลิตโดยตรงแล้ว จะให้ยอมพลาดไม่ลองลิ้มชิมรสเมนูอร่อย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพได้อย่างไรกันล่ะ